
ตะไคร้
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon citratus Stapf.
ชื่อวงศ์ : GRAMINEAE
เป็นญาติกับพืชตระกูลหญ้า
การเติบโตขึ้นเป็นกอ
ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค
โดยจะมีชื่อเรียกต่างกันได้แก่
-
ภาคเหนือ เรียกว่า จะไคร้ (แม่ฮ่องสอน
เรียกว่า คาหอม, เงี้ยว, ห่อวอตะไป)
-
ภาคใต้ เรียกว่า ไคร
ประโยชน์ของตะไคร้
แคลเซียม
ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามิน
นำตะไคร้มาสกัดกลั่นกลิ่นใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย
รวมถึงตะไคร้หอมมีคุณสมบัติกันยุงได้ด้วย
สรรพคุณทางยาของตะไคร้ ช่วยแก้อาการต่างๆ
ดังนี้
สพรรพคุณของตะไคร้
➢
รากตะไคร้
สรรพคุณของรากตะไคร้
ช่วยบำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา
แก้นิ่ว แก้ปวดกระเพาะ
รวมถึงรักษากลากเกลื้อนได้อีกด้วย
➢
ลำต้นตะไคร้
สรรพคุณของลำต้นตะไคร้นำมาใช้แก้ปวด
จากการปวดข้อและฟกช้ำ
แก้โรคทางเดินปัสสาวะ
แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
รวมถึงช่วยให้เจริญอาหาร แก้ท้องเสีย
แก้ท้องอืด แก้จุกเสียด แน่นท้อง
ขับลมในลำไส้ วิธีใช้คือรับประทานสด
หรือผึ่งแห้งแล้วนำมาใช้ต้มดื่ม
➢
ใบตะไคร้
สรรพคุณของใบตะไคร้ช่วยลดความดันโลหิตสูง
นำมาใช้สกัดทำน้ำมันหอมระเหย
แม้ว่าตะไคร้จะเป็นพืชที่ใช้ประกอบอาหาร แต่ก็มีสรรพคุณทางสมุนไพร หากคุณต้องการใช้ตะไคร้แห้งเพื่อมาต้มน้ำดื่มเป็นยา เว็บไซต์โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้อธิบายวิธีและปริมาณการใช้ประโยชน์ตะไคร้ ไว้ดังนี้
ใช้ตะไคร้แก้อาการท้องอืด
จุกเสียด
อาการปวดท้องที่มาจากการแน่นท้อง
จุกเสียด แน่นเฟ้อ ใช้ตะไคร้แก่ทุบแหลก 1
กำมือ (ขนาดประมาณ 40 - 60 กรัม)
ต้มน้ำดื่ม หรือนำมาประกอบอาหาร ใช้ตะไคร้
5 ต้น สับเป็นท่อน ต้มกับเกลือ
โดยต้มให้เหลือ 1 ใน 3 จากน้ำที่ต้ม
หลังจากนั้นดื่ม 1 แก้ว ติดต่อกัน 3 วัน
จึงจะคลายปวดท้อง
ใช้ตะไคร้แก้อาการขัดเบา
ปัสสาวะไม่คล่อง
(ไม่มีอาการบวม)
ใช้ต้นแก่ 1
กำมือ (ต้นสดใช้ 40-60 กรัม
หรือต้นแห้งหนัก 20 - 30 กรัม)
ต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา (75
มิลลิลิตร) ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง
ใช้เหง้าตะไคร้แก่ ฝานเป็นแว่นบางๆ
คั่วจนเหลือง ชงแทนชา
ดื่มก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3
ครั้ง
โทษของตะไคร้
แม้ว่าตะไคร้เป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยามากมาย
แต่ก็มีข้อควรระวัง ดังนี้
- หญิงตั้งครรภ์
: หญิงตั้งครรภ์อ่อนๆ
หรือใกล้คลอด
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานตะไคร้มากเกินไป
เพราะตะไคร้มีฤทธิ์ให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไต : ควรระมัดระวังการดื่มน้ำตะไคร้ หรือใช้ตะไคร้ในทางสมุนไพร เนื่องจากตะไคร้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
- ผู้ป่วยภูมิแพ้ : หลีกเลี่ยงการสูดดม หรือการใช้น้ำมันตะไคร้หอมไล่ยุง เพราะอาจระคายเคืองต่อดวงตาและผิวหนังที่อ่อนโยนหากคุณพบว่าเมื่อรับประทาน หรือสูดดมกลิ่นตะไคร้แล้วมีอาการแพ้ ควรหยุดการใช้ และปรึกษาแพทย์ อย่างไรก็ดีตะไคร้เป็นพืชที่มีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย เมื่อนำมาประกอบอาหารก็เป็นเหมือนสมุนไพร ช่วยบำรุงธาตุไฟในร่างกายให้เป็นปกติ และต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน จึงจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงปลอดโรค เพื่อใช้ชีวิตทำกิจกรรมที่คุณรักไปได้ยาวนาน
ที่มา : www.rspg.or.th