
ในสถานการณ์ที่โควิด-19
กำลังระบาดท่ามกลางความไม่พอเพียงของวัคซีน
เตียงในโรงพยาบาล หมอ พยาบาล
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมถึงยารักษาโรค
การหันมาพึ่งพาตนเองด้วยสมุนไพรไทยในครัวเรือนจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่คนไทยหลายคนสนใจ
จนเกิดเป็นเทรนด์
“น้ำต้มสมุนไพร” รวมหลายๆ
อย่างเข้าไว้ด้วยกัน
ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ ดร.ภญ.พิมพร
ทองเมือง
ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ได้ให้สำคัญ ต่อ คณาจารย์ บุคลากร
และนักศึกษาตลอดมา จึงได้ผุดไอเดีย
ปลูกสมุนไพร
พืชพื้นบ้านจำนวนมากภายในศูนย์การศึกษา
จึงคิดค้นสูตรต้ม
“น้ำตะไคร้ใบเตย”
ปลอดสาร
โดยคนทั่วไปอาจรู้จัก
"ตะไคร้"
ในฐานะของพืชผักที่นำมาใช้ปรุงอาหาร
ถึงแม้จะไม่ใช่ชนิดของผักที่สามารถรับประทานได้เปล่าๆ
แต่ตะไคร้ก็มีส่วนช่วยในการดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารประเภทต่างๆ
รู้หรือไม่ว่า
นอกจากคุณประโยชน์ที่กล่าวมา
"ตะไคร้" ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราในหลากหลายมิติด้วย
แต่ในที่นี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องบริโภคด้วยการรับประทานเข้าไปเพียงอย่างเดียว
ซึ่งสรรพคุณที่สำคัญของ
"ตะไคร้" ในงานวิจัยบางงานได้ตั้งสมมติฐานไว้ให้กับ
ตะไคร้
ว่าเป็นพืชสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้หลากหลายด้าน
ดังนี้
- ระงับกลิ่นปากที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
- ยับยั้งเชื้อราในช่องปาก
- ช่วยกำจัดรังแคบนหนังศีรษะ
- ช่วยป้องกันยุงและตัวริ้น
- ช่วยรักษาโรคเกลื้อน
ความปลอดภัยย่อมเกิดขึ้นจากการที่ตัวเราเองไม่ประมาท การใช้สมุนไพร หรือตัวช่วยอื่นๆ มาช่วยบำรุงรักษาสุขภาพย่อมต้องมีทั้งข้อดี และข้อเสียปะปนอยู่คู่กัน ยิ่ง "ตะไคร้" เป็นพืชสมุนไพรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เรายิ่งควบคุมไม่ได้ว่าสรรพคุณในตัวที่มีจะช่วยส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพร่างกายของเรา ฉะนั้น จึงต้องหมั่นดูแลตนเอง ออกกำลังกาย และบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กันไปด้วย แล้วให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมจากตะไคร้ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเสริมเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ