หน้าหลัก > ข่าว > > โยเกิร์ตดีต่อคนรักสุขภาพ
โยเกิร์ตดีต่อคนรักสุขภาพ

ผู้ดูแลเว็บ วิทยาเขตสมุทรสงคราม
2021-05-18 10:00:40

โยเกิร์ต

โยเกิร์ต ( Yogurt ) เป็น หนึ่งในอาหารที่ได้จากน้ำนมถูกนำมาหมักด้วยวิธีธรรมชาติหรือที่เรารู้จักกันว่าโยเกิร์ตนั่นเอง ในโยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่มีชีวิตอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน แคลเซียม วิตามิน และโปรไบโอติกสามารถเพิ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายดี ช่วยป้องกันอาการลำไส้แปรปรวน และช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบันโยเกิร์ตกลายเป็นกระแสนิยมในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก นักกีฬาเป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของโยเกิร์ต 100 กรัม

โยเกิร์ต 100 กรัม ให้พลังงานทั้งหมด 59 แคลอรี

สารอาหารปริมาณสารอาหาร
ไขมัน0.4 กรัม
คลอเรสเตอรอล5 มิลลิกรัม
โซเดียม36 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม141 มิลลิกรัม
คาร์โบไฮเดรต3.6 กรัม
น้ำตาล3.2 กรัม
โปรตีน10.2 กรัม
วิตามินบี 63 เปอร์เซ็นต์
วิตามินบี 1213 เปอร์เซ็นต์
แมกนีเซียม3 เปอร์เซ็นต์
โรไบพลาวิน16 เปอร์เซ็นต์
สังกะสี3 เปอร์เซ็นต์
ไทอามิน2 เปอร์เซ็นต์
ไนอาซิน1 เปอร์เซ็นต์
ฟอสฟอรัส14 เปอร์เซ็นต์

ประโยชน์ของโยเกิร์ต

โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญมีแคลเซียม แร่ธาตุ และวิตามินที่จำเป็นต่อสุขภาพรวมถึง

  • ช่วยลดน้ำหนัก
  • ช่วยลดอาการภูมิแพ้
  • ช่วยป้องกันโรคไข้หวัด
  • ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  • ช่วยลดความอยากอาหาร
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
  • ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
  • ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยเพิ่มแบคทีเรียดีในลำไส้
  • ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร
  • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
  • ช่วยป้องกันเหงือกและฟันให้แข็งแรง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2
  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

เมนูลดน้ำหนักด้วยโยเกิร์ต

1. โยเกิร์ตธัญพืช
2. สมูทตี้กีวีโยเกิร์ต
3. เมล็ดเจียโยเกิร์ต
4. อโวคาโดโยเกิร์ต
5. สลัดโยเกิร์ตผลไม้รวม

วิธีทำโยเกิร์ต

ส่วนผสม โยเกิร์ต
• นมสด 3.8 ลิตร (สามารถใส่นมผงเพิ่มโปรตีนได้ค่ะ)
• กรีกโยเกิร์ต หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย

ขั้นตอนการทำโยเกิร์ต
1. เทนมสดลงในหม้อ ใส่นมผงตามลงไป ใช้ไฟอ่อนต้มจนเดือด ปิดไฟ
2. พอส่วนผสมนมอุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 95-115 องศาเซลเซียส
3. ตักส่วนผสม ( ผลไม้หรือธัญพืชตามชอบ ) เล็กน้อยลงไปคนผสมกับกรีกโยเกิร์ตให้เข้ากัน
4. เทกลับลงไปคนผสมให้เข้ากันแล้วตักใส่ภาชนะ แช่ตู้เย็นก่อนเสิร์ฟ

โยเกิร์ตไม่เหมาะสำหรับใครบ้าง

  • การแพ้แลคโตส เกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดแลคเตสเอนไซม์ที่จำเป็นในการย่อยแลคโตสซึ่งเป็นน้ำตาลที่พบ
    ในนมอาจมีอาการ เช่น ปวดท้อง ท้องเสียหลังจากบริโภคผลิตภัณฑ์นม ดังนั้นผู้ที่แพ้แลคโตสอาจต้องหลีก
    เลี่ยงการรับประทานโยเกิร์ต
  • การแพ้นม นมประกอบด้วยเคซีนซึ่งเป็นโปรตีนที่บางคนแพ้ ซึ่งนมอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยา เช่น เป็นลมพิษ คันบวมแดง ไปจนถึงภูมิแพ้ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

เลือกโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ แคลอรี่ เหมาะสำหรับลดน้ำหนัก

  • โยเกิร์ตดัชชี่ ไขมัน 0% ให้พลังงาน 80 แคลอรี่
  • โยเกิร์ตเมจิ ไขมัน 0% รสธรรมชาติ ให้พลังงาน 70 แคลอรี่
  • โฟร์โมสต์โยเกิร์ต ไขมันต่ำ ให้พลังงาน 110 แคลอรี่
  • โยเกิร์ตโยลิดา รสธรรมชาติ ให้พลังงาน 70 แคลอรี
  • โยเกิร์ตดัชชี่ 0% Fat รสธรรมชาติ ให้พลังงาน 80 แคลลอรี่
  • โยเกิร์ตริชเชส Fiber รสธรรมชาติ ให้พลังงาน 80 แคลลอรี่
  • โยเกิร์ตเมจิบัลแกเรีย รสธรรมชาติ ให้พลังงาน 60 แคลลอรี่
  • โยเกิร์ตปาร์ตี้แดรี่ไลท์ ไขมัน 0% รสธรรมชาติ ให้พลังงาน 60 แคลอรี่
  • บัตเตอร์ฟลาย ออร์แกนิก โยเกิร์ต ให้พลังงาน 60 แคลอรี่

การศึกษาพบว่าผู้หญิงที่กินโยเกิร์ตเป็นประจำจะมีสุขภาพช่องคลอดดีช่วยป้องกันการผลิตแคนดิดาเป็นเชื้อ
ราชนิดหนึ่ง และลดการอักเสบในช่องคลอดได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการออกกำลังลดพุง ลดหน้าท้อง ลดไขมัน ลดน้ำหนัก และนักกีฬา อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่แพ้นม แพ้แลคโตสควรระมัดระวังการกินเกิร์ตอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้เช่นเดียวกัน


ที่มาของข้อมูล : https://amprohealth.com/magazine/yogurt/