
วันนี้ (23
เม.ย.2564)เวลา 13.30
น.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.พิมพร
ทองเมือง
ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ครั้งที่ 7/2564 ณ ห้องประชุมแม่กลอง ชั้น
5 ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี
นายชรัส บุญณสะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
เป็นประธานในการประชุม
พร้อมคณะกรรมการฯจากส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอเข้าร่วมประชุม
โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสมุทรสงคราม
ได้กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการฯเป็นประจำทุกเดือน
เพื่อชี้แจงและกำหนดมาตรการในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติกำหนด
รวมทั้งเพื่อทราบปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานในพื้นที่
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้แจ้งเรื่องเพื่อทราบข้อสั่งการและนโยบายของสำนักงาน
ปปส.ภาค7
เรื่องการสำรวจสภาพปัญหายาเสพติดในระดับหมู่บ้าน
ระดับชุมชน ปี 2564
การแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านที่มีปัญหายาเสพติดในระดับเบาบาง
โดยที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานในด้านการป้องกันยาเสพติด
เช่นความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการ TO
BE NUMBER ONE จังหวัดสมุทรสงคราม
ที่จะจัดกิจกรรมโครงการดังกล่าวขึ้นในเดือน
มิถุนายน 2564 ณ
ศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
และสรุปผลการดำเนินงานสร้างภูมิคุ้มกันและการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา
และแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ
สำหรับการรายงานผลการดำเนินงานในด้านการบำบัดรักษายาเสพติดและด้านการปราบปรามยาเสพติดได้รายงานสรุปผลและความคืบหน้าการดำเนินการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหาผู้เสพ
และผู้ติดยาเสพติด
สรุปผลการดำเนินการตามเป้าหมายและตัวชี้วัดในการปราบปรามยาเสพติดตามแผนปฏิบัติการและแก้ไขปัญหายาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม
สรุปผลการนำคดียาเสพติดเข้าสู่กระบวนการตัดสินคดี
และรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ
โอกาสนี้ นายชรัส บุญณสะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
ได้กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสงคราม
มีประชาชนที่ดี สังคมดี และหน่วยงานดี
จึงทำให้ปัญหายาเสพติดของจังหวัดอยู่ในระดับที่เบาบาง
ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยินดีที่จังหวัด
มีสังคมเข้มแข็ง ชุมชนที่เข้มแข็ง
ที่มีขีดความสามารถในการจัดการปัญหาของตนเองได้ในระดับหนึ่ง
ด้วยการมีผู้นำที่มีความสามารถ
มีการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
บนพื้นฐานวัฒนธรรม ความเชื่อ
คุณค่าดั้งเดิม ศาสนา
และเศรษฐกิจชุมชนที่พึ่งพาเอื้อเฟื้อกันและกันโดยแต่ละชุมชนได้ใช้ศักยภาพของตนเองเข้าคลี่คลายและจัดการปัญหาได้ด้วยตนเองภายใต้ความร่วมมือและสนับสนุนจากองค์กรภายนอก
ภาพ/ข่าว/อภิญญา มุกดาธนพงศ์