ชื่อไทย กระเจี๊ยบแดง
ชื่อท้องถิ่น
กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว (ภาคกลาง)/ ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง (ภาคเหนือ)/ ส้มตะเลงแครง (ตาก)/ ส้มปู (แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ Roselle
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa L.
สกุล
Hibiscus
สปีชีส์
sabdariffa
ชื่อพ้อง
Hibiscus palmatilobus Baill.
Hibiscus fraternus L.
Hibiscus cruentus Bertol.
Sabdariffa rubra Kostel.
ชื่อวงศ์ MALVACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น สูง 1-2 ม. กิ่งก้านสีม่วงแดง มีขน
ใบ เดี่ยว ออกสลับ รูปไข่หรือรูปนิ้วมือ กว้าง 7-12 ซม. ยาว 8-15 ซม. ขอบจัก
ดอก สีเหลือง กลางดอกสีม่วงแดง ขนาด 4-5 ซม. ออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ตามซอกใบ ใบประดับมี 10 แฉก รูปใบหอก ยาว 1-2 ซม. กลีบรองดอกหนา สีแดงเข้ม 5 กลีบ แผ่ซ้อนกัน เกสรเพศผู้จำนวนมาก ปลายเกสรเพศเมียแยกเป็น 5 แฉก
ผล ค่อนข้างกลม กว้าง 1.0-1.5 ซม. ยอดแหลม มีสันตามยาว มีกลีบรองดอกหนาสีแดงอวบน้ำแผ่หุ้มผลไว้ เมล็ดจำนวนมาก
สภาพนิเวศ
กลางแจ้ง
สภาพนิเวศวิทยา
เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่แสงแดดส่องถึง
ถิ่นกำเนิด
แอฟริกา
การกระจายพันธุ์
ทวีปอเมริกา แอฟริกา และเอเชียเขตร้อน
การปลูกและการขยายพันธุ์
ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด
ระยะเวลาการติดดอก
ฤดูร้อน-ฤดูใบไม้ร่วง
ประเภทการใช้ประโยชน์
อาหาร,พืชประดับ
-นิยมปลูกเป็นพืชอาหาร โดย นำส่วนดอกมาต้ม รับประทานเป็นน้ำกระเจี๊ยบ หรือนำใบอ่อนมาแกงได้
-สามารถปลูกเป็นพืชประดับได้
แหล่งอ้างอิง
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. 2553. “กระเจี๊ยบแดง”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1001 (17 พฤษภาคม 2560).
Flora of Chica. “Hibiscus sabdariffa Linnaeus”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.efloras.org/florataxon.aspx?flora_id=2&taxon_id=200013718 (17 พฤษภาคม 2560).
Kew Science,The Royal Botanic Gardens. “Hibiscus sabdariffa L.”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://powo.science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:326388-2 (4 พฤศจิกายน 2560).
The Plant List. 2013. “Hibiscus sabdariffa L.”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-2850461 (17 พฤษภาคม 2560)