ส้ม
ประโยชน์ต่อสุขภาพจะมีอะไรบ้างนอกจากความอร่อย
ลองมาเจาะลึกสรรพคุณของส้มต่อร่างกายเรากัน
ผลไม้ที่มีให้กินทุกฤดูและราคาไม่แพงแถมยังอร่อย หลายคนก็นึกถึงส้มเป็นอันดับแรก ๆ และใช่ค่ะ ส้มเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ มีไฟเบอร์สูง มีวิตามินซี และสรรพคุณของส้มยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะจริง ๆ แล้ว ประโยชน์ของส้มเขาก็เยอะตั้งแต่เนื้อไปยันเปลือกเชียวล่ะ
ประวัติของส้ม

ส้มเป็นผลไม้ที่มีการเพาะปลูกมาหลายพันปี
โดยส้มที่อยู่ในตระกูลซิตรัสเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนของทวีปเอเชีย
รวมไปถึงในหมู่เกาะมลายู
ส่วนในไทยมีหลักฐานเป็นรายงานที่กล่าวถึงส้มชนิดต่าง
ๆ คือ ส้มโอ ส้มแก้ว และมะกรูด
โดยเป็นรายงานที่มีต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศส
แปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อ พ.ศ.
2236
สำหรับส้มเขียวหวานนั้น
มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการเพาะเมล็ดและขยายพันธุ์ของส้มแก้ว
หรือมีต้นกำเนิดจากพันธุ์ที่ชาวจีนนำเข้ามาปลูกในภาคกลางเมื่อประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว
และนับจากนั้นก็มีการขยายพันธุ์ส้มเขียวหวานไปปลูกในภาคอื่น
ๆ
และที่เรียกส้มเขียวหวานเพราะเมื่อผลแก่จัดจะมีสีเขียว
แต่เนื้อส้มข้างในมีรสหวานอร่อยนั่นเอง
คุณค่าทางโภชนาการของส้ม
ส้มเขียวหวานในปริมาณ 100 กรัม
ให้คุณค่าทางสารอาหาร
ดังนี้
- พลังงาน 56
กิโลแคลอรี
- น้ำ 86 กรัม
- โปรตีน 1.1
กรัม
-
ไขมัน 0.1 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 12.6
กรัม
- ใยอาหาร 1.8
กรัม
- เถ้า
0.6 กรัม
- โซเดียม 3
มิลลิกรัม
- โพแทสเซียม 190
มิลลิกรัม
- แมกนีเซียม 10
มิลลิกรัม
- แคลเซียม 21
มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 22
มิลลิกรัม
- เหล็ก 0.09
มิลลิกรัม
- สังกะสี 0.14
มิลลิกรัม
- เบต้าแคโรทีน 62
ไมโครกรัม
- วิตามินซี 20
มิลลิกรัม
- น้ำตาล 11 กรัม

ส้ม
สรรพคุณไม่ไก่กา
คุณค่าทางสารอาหารของส้มก็มีไม่น้อยดังข้อมูลข้างต้น
คราวนี้เรามาดูกันค่ะว่าสรรพคุณของส้มจะเจ๋งเบอร์ไหน
1.
ผลไม้แก้ท้องผูก
ส้มเป็นหนึ่งในผลไม้แก้ท้องผูกได้
เพราะมีใยอาหารสูง
ช่วยในระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย
โดยกินส้ม 1 ผลใหญ่ก็จะได้ใยอาหาร 2.0
กรัมแล้วนะคะ
- 9 ผลไม้ช่วยขับถ่าย
หากินง่าย
แก้ท้องผูกได้อยู่หมัด
2.
กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย
ด้วยความที่ส้มพกวิตามินซีมาไม่น้อย
จึงทำให้ส้มจัดเป็นผลไม้กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย
ช่วยป้องกันอาการป่วยเบสิก ๆ
ไปจนถึงอาการป่วยที่หนักหนาได้
เพราะเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี
เราก็จะป่วยยาก เชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ
ก็มีโอกาสจู่โจมเราได้น้อยนั่นเอง

3.
ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด
น้ำตาลฟรุกโตสในเนื้อส้มมีส่วนช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงหลังจากกินส้มเข้าไป
อีกทั้งไฟเบอร์ในส้มยังช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกทาง
จึงจัดว่าส้มเป็นผลไม้ช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกชนิดหนึ่ง
- 10 สุดยอดอาหาร
ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
4.
ช่วยลดความดันโลหิต
ส้มเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม และยังมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างต่ำ จึงช่วยในกระบวนการไหลเวียนโลหิตได้ดี ทำให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตได้อย่างสมดุล และยังช่วยลดความดันเลือดในคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วยนะคะ
- 9 ผลไม้ลดความดันโลหิต
กินเพิ่มความฟิต
คุมความดันโลหิตไม่ให้พุ่ง
5.
ลดคอเลสเตอรอลในเลือด
ในเนื้อส้มเองก็ไม่มีคอเลสเตอรอล
ขณะที่วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในเนื้อส้มก็ยังมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้
โดยสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปปกป้องหลอดเลือดไม่ให้อนุมูลอิสระเข้ามาเกาะและก่อให้เกิดไขมันพอกพูนไปเรื่อย
ๆ
จนก่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ
และโรคหัวใจ เป็นต้น
- อาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล
คนรักสุขภาพไม่กินไม่ได้แล้ว
6.
บำรุงหัวใจ

โพแทสเซียมในส้มคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ในส้มยังมีวิตามิน
และแร่ธาตุต่าง ๆ
ที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ
ช่วยให้หัวใจเต้นในจังหวะปกติ
และช่วยในการไหลเวียนของเลือดให้เป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
7.
ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไต
มีการศึกษาพบว่า น้ำส้ม
มีส่วนช่วยลดการเกิดนิ่วในไต
โดยโพแทสเซียมในส้มจะช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วต่าง
ๆ ในร่างกาย
และช่วยให้นิ่วถูกขับถ่ายออกมาพร้อมของเสีย
ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตและนิ่วในอวัยวะอื่น
ๆ ได้
8. ยับยั้งการเกิดแผลเปื่อย
การศึกษาในวารสาร American College of
Nutrition พบว่า
คนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีสูงจะมีโอกาสเกิดแผลเปื่อยได้น้อยกว่าคนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอต่อความต้องการ
และส้มก็เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากถึง
89%
ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเชียวนะคะ
9.
ลดความเสี่ยงโรคสโตรก

อาการสโตรก (Stroke) เกิดจากการที่หลอดเลือดตีบ แตก ตัน ซึ่งการศึกษาจากมูลนิธิโรคหัวใจแห่งอเมริกา พบว่า การรับประทานผลไม้ประเภทซิตรัสอย่างส้มและเกรปฟรุตมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคสโตรกในผู้หญิงได้ถึง 19% เมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่กินผลไม้ในกลุ่มซิตรัสน้อยกว่า
10.
ป้องกันมะเร็ง
ในเนื้อส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง
ซึ่งเจ้าสารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
อีกทั้งเนื้อส้มที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ก็ยังจะช่วยขับเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกมา
จึงช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกทาง
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า
สารซิตรัสในส้มสามารถต้านการเกิดมะเร็งช่องปาก
มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม
และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย
11.
ลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม

มีงานวิจัยที่เผยว่า
เพียงกินส้มวันละผลก็ช่วยลดโอกาสเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้
ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไง
ลองอ่านกันเลย
- กินส้มวันละผล
ลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ถึง
60% !
12.
ส้มช่วยบำรุงผิว
สารต้านอนุมูลอิสระผสานกับพลังแห่งวิตามินซีมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย
ปกป้องผิวจากมลพิษ ช่วยลดการเกิดริ้วรอย
และช่วยบำรุงเซลล์ผิวให้แข็งแรง
ทำให้ผิวดูกระชับตึงมากขึ้น
เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารตั้งต้นของคอลลาเจนนั่นเอง
ข้อควรระวังในการกินส้ม

แม้ส้มจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทว่าก็มีข้อควรระวังในการกินส้มที่อยากให้ใส่ใจกันด้วยนะคะ
-
เลือกกินส้มแบบผลมากกว่าน้ำส้มซึ่งอาจมีส่วนผสมของน้ำตาลเพิ่มขึ้นมา
และทำให้เราพลาดโอกาสในการได้รับกากใยอาหารอีกด้วย
-
ผู้ป่วยเบาหวานควรจำกัดปริมาณการกินส้มไม่ให้มากจนเกินไป
(ไม่เกิน 2 ผลต่อวัน)
เพราะแม้ส้มจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
แต่การกินส้มมากเกินไปก็อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปด้วยเช่นกัน
-
ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานส้ม
เพราะส้มเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง
อาจส่งผลให้อาการไตกำเริบได้
ไม่เพียงแต่เนื้อส้มและน้ำส้มเท่านั้นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา
แต่อย่างที่บอกไว้ในตอนแรกนะคะว่าส้มมีประโยชน์ไปยันเปลือกเลย
งั้นเรามาดูกันว่าประโยชน์ของเปลือกส้มมีอะไรบ้าง
- 7 ประโยชน์ของเปลือกส้ม
แก้กรดไหลย้อน-นอนไม่หลับ
และอีกสารพัดที่อยากบอกต่อ
ขอบคุณข้อมูลจาก
กองโภชนาการ
กรมอนามัย
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
medicalnewstoday
healthfitnessrevolution