
วันนี้ (21 ก.ย.64) ผู้ช่วยศาสตร์ ดร.ภญ.พิมพร ทองเมือง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มอบหมายให้นายเอกชน น้อยเงิน หัวหน้าสำนักงานฯ เข้าร่วม ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมการจัดทำร่างแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงครามโดยมีพันเอก จิระโรจน์ กองวารี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการ พร้อมด้วยนายจาตุรงค์ สุขพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐและท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์สาธารณภัยของโลกและของประเทศไทยมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ภัยจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 และโรคอุบัติใหม่ต่างๆ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาประเทศ อีกทั้งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ได้กำหนดให้มีการปรับปรุงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเกิดสาธารณภัยที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบจึงได้จัดทำร่างแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 เพื่อเสนอคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ยังกำหนดให้การจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดต้องสอดคล้องกับแผนแห่งชาติ และให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบปรับปรุงหรือทบทวนแผนในกรณีที่ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปหรือใช้แผนครบ 5 ปีแล้ว
ทั้งนี้ เพื่อให้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. 2564-2570 มีความสอดคล้องกับแผนแห่งชาติและพร้อมประกาศใช้ทันทีเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติจึงมีการรวบรวมข้อมูลและประเด็นความคิดเห็นต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐและท้องถิ่นได้รับฟังการบรรยายหลักการจัดทำร่างแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ซึ่งเน้นการระบุประเภทภัยที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่มากที่สุดโดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย อีกทั้งต้องขับเคลื่อนไปสู่อำเภอและท้องถิ่นได้ อีกทั้งยังมีตัวชี้วัดคือความสำเร็จของแผนการจัดการสาธารณภัย ลดความเสียหายในชีวิตและผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ มูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งขีดความสามารถในการแจ้งเตือนประชาชนก่อนเกิดภัยพิบัติ