Home > News > > "ปลาทูแม่กลอง"
"ปลาทูแม่กลอง"

ผู้ดูแลเว็บ วิทยาเขตสมุทรสงคราม
2021-05-08 11:38:13



วงจรชีวิตปลาทูนั้นเริ่มต้นขึ้นในทะเลลึกแถบหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีธรรมชาติอันพิสุทธิ์ จากกนั้นปลาทูวัยละอ่อน ซึ่งมีธรรมชาติอันพิสุทธิ์ จากนั้นปลาทูวัยอ่อนจะออกหาอาหารว่ายทวนน้ำเลียบชายฝั่งขึ้นทางเหนือ จนกระทั่งเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยชั้นใน (อ่าว ก.ไก่) เมื่อได้รับตะกอนสารอาหารอันสมบูรณ์ในช่วงฤดูน้ำหลากจากระบบนิเวศปากแม่น้ำ ก็กลายเป็นปลาทูเต็มสาวสมบูรณ์วัยได้ชื่อว่าเป็น “ปลาทูแม่กลอง”

          ระบบนิเวศปากแม่น้ำซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยตะกอนแร่ธาตุสารอาหารทำให้ปลาทูที่เจริญเติบโตเต็มวัยใกล้ชายฝั่งในบริเวณนี้มีรสชาติดีที่สุด ปลาทูแม่กลองมีลักษณะลำตัวสั้น หนังบาง และเนื้อนุ่มหวานมัน สุดยอดความอร่อยคือ “ปลาทูโป๊ะ” หมายถึงปลาทูที่จับได้ด้วยเครื่องมือประมงประจำที่ที่เรียกว่า “โป๊ะ” ซึ่งปลาถูกจับด้วยวิธีละมุนละม่อม เมื่อโผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ราว 5 – 10 นาที ปลาทูก็ตาย โดยไม่บอบช้ำ ท้องไม่แตก รสชาติเนื้อปลายังคงสภาพดีที่สุด เมื่อนำไปปรุงอาหารสดๆ จะมีกลิ่นหอมของเนื้อปลา รสชาติอร่อย เนื้อนุ่มไม่กระด้างไม่เปื่อยยุ่ย น่าเสียดายที่ปัจจุบันปลาทูโป๊ะเหลือแต่ตำนานแล้ว เมื่อปลาทูโป๊ะหมดสิ้นไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพทรัพยากร เหลือเพียงแต่ปลาทูจากอวนติด หรืออวนดำ ที่ทำให้เราได้รับประทานปลาทูแม่กลองสด

          วิธีเลือกปลาสด ลูกตานูน ตาดำมีสีสดใส ส่วนหลังของลำตัวมีสีเขียวเป็นพื้น ส่วนท้องมีสีขาวหรือสีเงิน หางปลายังมีสีเหลือง ตามลำตัวมีเมือกลื่นๆ เหงือกสีแดงออกชมพู ปลาไม่มีกลิ่น เนื้อแน่น เมื่อใช้นิ้วกดที่กลางลำตัวแล้วปล่อยเนื้อจะคืนสภาพไม่ยุบ

          แต่ปลาทูแม่กลองที่คนทั่วไปคุ้นเคยนั้นเป็นปลาทูอยู่ในเข่งลักษณะหน้างอคอหัก นั่นคือ ปลาทูนึ่ง ซึ่งวิธีถนอมอาหารให้ปลาทูสามารถส่งไปขายในพื้นที่ไกลได้ ในยุคที่การคมนาคมขนส่งยังไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนปัจจุบัน ปลาทูสดที่จับมาใหม่ๆ จะถูกล้างควักไส้แล้วบรรจุลงแข่ง โดยการหักคอให้หน้างองุ้มลงเพื่อให้ปลาทูสามารถอยู่ในเข่งได้สวยงามพอดีไม่มีส่วนเกินยาวยื่นพ้นเข่งออกมา ปลาทูที่เรียงรายในเข่งจะถูกนำไปต้มในน้ำเกลือเดือด กลายเป็นปลาทูต้ม หรือที่เรียกกันว่าปลาทูนึ่ง อนึ่งทุกวันนี้มีการนำปลาทูชนิดอื่นซึ่งเป็นปลาทูยาว ปลาทูน้ำลึก ปลารัง หรือปลาอินโดที่มีขนาดใหญ่ ลำตัวยาว เนื้อแข็ง มาทำปลาทูนึ่งลักษณะหน้างอคอหักเช่นกัน ทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจคลาดเคลื่อนเหมารวมเรียกว่าปลาทูแม่กลอง แท้จริงแล้วมีความแตกต่างกันดังกล่าวนี้


ที่มาของข้อมูล : ปลาทูแม่กลอง (mots.go.th)