“กินข้าวหรือยัง” เป็นคำทักทายของคนไทย อาหารที่มีประโยชน์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็แนะนำคนไทยหันมารับประทาน “ปลาเล็กปลาน้อย” แทนการรับประทาน “เมนูหูฉลาม” ที่ทั่วโลกกำลังรณรงค์ให้งดรับประทาน...
“กินข้าวหรือยัง”
เป็นคำทักทายของคนไทย
ที่สะท้อนเรื่องความอุดมสมบูรณ์
และน้ำใจของคนไทยได้อย่างชัดเจน
แต่กระนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญเป็นอันดับแรกด้วย
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี ก็แนะนำคนไทยหันมารับประทาน
“ปลาเล็กปลาน้อย”
แทนการรับประทาน “เมนูหูฉลาม”
ที่ขณะนี้ทั่วโลกกำลังรณรงค์ให้งดรับประทาน
เอาเป็นว่าสัปดาห์นี้
“คุณหมอขอบอก” ขอโฟกัสที่
“ปลาเล็กปลาน้อย”
ก็แล้วกันว่ามีดีอย่างไร
ถึงขั้นนายกรัฐมนตรีต้องชูเป็นเมนูแนะนำ
ซึ่งเรื่องนี้ “พญ.พรรณพิมล
วิปุลากร” อธิบดีกรมอนามัย เล่าว่า
ต้องแยกให้ชัดก่อนเลยว่า
“ปลาเล็กปลาน้อย”
ไม่ใช่สัตว์น้ำวัยอ่อนที่ตัวเล็กเพราะยังโตไม่เต็มวัย
ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่แนะนำเช่นกัน
เพราะจะเป็นการทำลายระบบนิเวศ
และเสี่ยงทำให้สัตว์น้ำสูญพันธุ์
แต่
“ปลาเล็กปลาน้อย”
ที่ว่าดีมีประโยชน์เยอะ คือ
ปลาที่โตเต็มที่แล้วก็ยังมีขนาดเล็ก
ขนาดราว ๆ 1 นิ้วมือ อย่างเช่น ปลาข้าวสาร
ปลาชิงชัง เป็นต้น
ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำมาตากแห้ง
แล้วอบหรือทอดรับประทาน
ซึ่งปลาชนิดนี้เนื้อหนังบาง แต่จุดเด่นคือ
“กระดูกและแคลเซียม”
ทำให้รับประทานได้ทั้งตัว
และถ้าให้ดีแนะนำอย่าโรยเกลือ
หรือปรุงรสเพราะปลาชนิดนี้ก็มีรสชาติดีอยู่แล้ว
เราจะได้แคลเซียมไม่ต้องแถมเกลือ
แถมโซเดียม...
พญ.พรรณพิมล
บอกว่า จากข้อมูลคนไทยทั่วไป
ปกติในวัยเด็กจะได้รับแคลเซียมจากนมเป็นหลัก
เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็ได้รับแคลเซียมผ่านการรับประทานอาหารในมื้อปกติ
ประกอบกับการที่เมืองไทยมีแดดเยอะทำให้ได้รับวิตามินดีซึ่งเป็นวิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
ดังนั้นคนไทยจึงไม่ค่อยขาดตรงนี้มาก
แต่เนื่องจากพอโตมาแล้วคนไทยดื่มนมน้อยทำให้พอสูงอายุกลับมีปัญหาเรื่องกระดูกบาง
กระดูกพรุนตามวัย
เพราะฉะนั้นต้องหาแหล่งแคลเซียมมาเสริมด้วย
“ในคนทั่วไปมีความต้องการแคลเซียมประมาณ
800-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
ซึ่งปกติก็ได้รับอย่างเพียงพอผ่านการรับประทานอาหารปกติอยู่แล้ว
ยกเว้นหญิงมีครรภ์
และหญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
และผู้สูงอายุ ที่มีปัญหากระดูกบางลง
ปัญหากระดูกพรุน
อาจจะต้องการเพิ่มเป็นประมาณ 1,200
มิลลิกรัมต่อวัน”...
อธิบดีกรมอนามัย
ย้ำว่า “ปลาเล็กปลาน้อย”
จัดเป็นแหล่งแคมเซียมที่มีราคาถูก คุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม
การดูดซึมแคลเซียมจะดีขึ้นนอกจากได้รับวิตามินดีแล้ว
ยังจำเป็นต้องมีการออกกำลังกายเพื่อให้มีแรงกดกระดูกด้วย
กรมอนามัยจึงได้ส่งเสริมเรื่องการออกกำลังกายในทุกกลุ่มวัย
ตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา
ซึ่งการออกกำลังกายยังเชื่อมโยงให้มีอารมณ์ดีอีกด้วย
แม้แต่คนที่ป่วยด้วยโรคหลาย ๆ โรค
ยังต้องใช้การออกกำลังกาย ลดการพึ่งพิง
ลดการรักษาด้วยยาอีกด้วย
ดังนั้นท่องให้ขึ้นใจคือหลัก “3
อ.” คือ อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย
ทราบแล้วนำไปปฏิบัติด้วยประโยชน์ก็ได้กับตัวเองทั้งนั้น
....
ที่มาของข้อมูล : https://www.dailynews.co.th/article/746618