
วิถีบ้านเรา : เล่นเม็ดแต้
เม็ดแต้ หรือมะค่าแต้ หรือ “กเก๊าะอ์” (ภาษาเขมรสูงเมืองสุรินทร์) เป็นของเล่นยอดฮิตของเด็กสุรินทร์สมัยก่อน พวกเด็กจะไปหาเก็บตาม
โคนต้นแต้ ที่ก็จะขึ้นอยู่ตามคันนา เวลาที่เม็ดแก่ได้ที่และร่วงหล่นลงมานั้นตกอยู่ราวปลายฝนต้นหนาว เก็บมาให้ได้มากๆ ไว้เป็นทุนสะสม
แต่มีเคล็ดสำคัญคือต้องหาเก็บตัว “กอย” คือเม็ดจากต้นแต้ที่มีคุณลักษณะพิเศษ คือเม็ดกลมใหญ่ น้ำหนักดี ไว้มาเป็นตัวที่ใช้เล่นด้วย
เวลาเล่น ก็มีกติกาพลิกแพลงไปได้หลายแบบ แต่ที่นิยมก็คือหาสนามลานดินแน่นๆ กว้างๆ แล้วขีดเส้นยาวๆ เส้นหนึ่ง จากเส้นนั้นราวหนึ่งวา
เรียงเม็ดแต้เป็นแถวยาวชิดติดกันขนานกับเส้น แล้วถัดไปอีกหนึ่งวาก็ขีดเส้นแบบเดิม ทีนี้ถอยไปหลังเส้นแรกสักหกเจ็ดก้าว ใครที่จะเล่นก็
ทยอยปั่น “กอย” ประจำตัวด้วยนิ้วชี้สองมือที่ไขว้กันแล้วดีดส่งตัวกอยพุ่งออกไปตามแนวราบด้วยความแรงในขณะที่ตัวกอยหมุนรอบตัว
เองอย่างเร็วจี๋ ให้ตัวกอยนั้นข้ามผ่านเส้นแรกไปชนแถวเม็ดแต้ให้ล้มมากที่สุด ก็จะได้เม็ดที่ล้มนั้นมาเป็นของตัว แต่มีข้อแม้ว่าแรงดีดนั้นจะ
ต้องมากพอที่จะส่งตัวกอยให้ข้ามพ้นเส้นที่สอง ไม่เช่นนั้นก็ถือว่าเสีย ต้องออกจากการเล่นครั้งนั้นไป
ความสนุกอยู่ที่เวลาแถวเม็ดแต้เหลือน้อยๆ การปั่นดีดเพื่อยิงให้ถูกก็จะยากเป็นทวีคูณ ต้องแม่นจริงๆ ว่ากันว่า “เซียน” เม็ดแต้นั้น ยังไม่ทัน
เดินถึงสนามคนก็รู้ว่ามาแล้ว เพราะเสียงเม็ดแต้ที่เล่นได้มาเต็มกระเป๋ากางเกงจะส่งเสียงกรุ๊กกริ๊กเกรียวกราวมาแต่ไกล
(เครดิตข้อมูล : วารสารเมืองโบราณ /เครดิตภาพ : บ้านโพธิ์กอง, eve_chanida)