
ละมุดสีดา
ชื่อสามัญ : -
ชือวิทยาศาสตร์ : Manilkara kauki (L.) Dubard
วงศ์ : SAPOTACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ต้นไม้ -
เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร
ไม่ผลัด ใบ ลำต้นตรง
แตกกิ่งก้านเยอะเป็นพุ่มทรงกลมทึบ
กิ่งอ่อนเกลี้ยง
เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา
ใบ -
เป็นรูปหอกแคบ หรือรูปหอกแกมรูปไข่กลับ
ออกเรียงสลับถี่ตามปลายกิ่ง
ปลายใบสอบเรียว บางทีมน โคนใบสอบ
เนื้อใบหนา ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น
สีเขียวสด
เวลามีใบดกจะให้ร่มเงาดีมาก
ดอก -
มีสีขาว ออกเป็นกระจุกใหญ่ๆ ตามปลายกิ่ง
บางทีออกตามง่ามใบ
แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก
ผล
- รูปกลมรี ลักษณะคล้ายผลพิกุล
แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน
ผลอ่อนเป็นสีเขียว
เมื่อผลสุกหรือแก่จะเป็นสีแดงสดใส
หรือสีแดงคล้ำ
เวลาติดผลดกและผลสุกพร้อมๆกันทั้งต้น
จะดูสวยงามแพรวพราวมาก
เนื้อในเมื่อสุกเป็นสีเหลืองปนส้ม
รับประทานได้
แต่ต้องรับประทานตอนที่ผลสุกงอมเป็นสีดำ
รสชาติหวานปนฝาดเล็กน้อย มีกลิ่นหอม
เป็นกลิ่นละมุดแรงมาก จึงถูกตั้งชื่อว่า
"ละมุดสีดา" หนึ่งผล มี 1-2
เมล็ด ติดผลได้ เรื่อยๆ
การขยายพันธุ์
- เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด
หากปลูกด้วยเมล็ด หรือตอนกิ่ง
จะใช้เวลาปลูกนาน 4-5 ปีขึ้นไป
จึงจะติดผลชุดแรก แต่ปลูกด้วยต้นเสียบ
ยอดใช้เวลาไม่นานสามารถติดผลให้เก็บรับประทานได้เลย
ปลูกได้ในดินทั่วไป ชอบแดด
ไม่ชอบน้ำท่วมขัง
คุณประโยชน์ที่ได้จากต้นละมุดสีดา
ลำต้น เนื้อไม้ค่อนข้างแข็งและทนทาน จึงนิยมนำมาทำเป็นเสาเรือน พื้นบ้าน ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ส่วนยางใช้ผลิตเป็นรองเท้าบูทได้
ผล ละมุดสีดาเป็นผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งยังมีเส้นใยสูงมาก ผลสดจะมีเนื้อหวานกรอบ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ เปลือกนอกก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้บิด ยาถ่ายพยาธิชนิดรุนแรง และสามารถดัดแปลงเป็นแยมหรือไวน์ได้ด้วย
ละมุดสีดา พืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าที่คิด แน่นอนว่าไม่ใช่ละมุดทุกสายพันธุ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ละมุดสีดาเป็นพันธุ์ที่ให้ผลแตกต่างออกไป ทั้งลักษณะภายนอกของผลและรสชาติที่ได้ ละมุดสีดาที่เป็นผลอ่อนจะมีรสฝาดและเมื่อสุกก็จะหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ไม่ได้หวานจัดอย่างที่เราคุ้นเคยกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่ส่วนประกอบอื่นของต้นละมุดสีดาจะมีคุณสมบัติที่ต่างไปด้วย มีงานวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดจากใบละมุดสีดาเอาไว้ว่า ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้มีปริมาณสูงมากเมื่อสกัดหยาบด้วยเมทานอล แม้แต่พืชอื่นๆ ในวงศ์เดียวกันกับละมุดสีดาก็ให้ผลคล้ายคลึงกัน เช่น ม่อนไข่ ลูกน้ำนม เป็นต้น ด้วยปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่ตรวจพบนี้ สามารถนำไปต่อยอดได้ค่อนข้างมาก เพียงแต่ยังมีงานวิจัยน้อยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะละมุดสีดาเป็นพันธุ์ไม้หายากนั่นเอง
ที่มา :
http://sm.ac.th/tree/detailtree.php?tree_id=108