
มะลิลา
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | : | Jasminum sambac Linn. |
| ชื่อวงศ์ | : | OLEACEAE |
สรรพคุณ :
จากการศึกษาทางเภสัชวิทยา พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas aeruginosa และเชื้อรา Aspergillus niger : พบว่าสาร caryophyllene oxide มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ล้างสารพิษ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ , benzyl benzoate ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนผสมในยารักษาโรคทางผิวหนังที่เกิดจาก เหา เห็บ โลน, farnesyl acetate, methyl isoeugenol จากดอกมะลิลาออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อดังกล่าว นอกจากนี้ดอกมะลิลา มีสรรพคุณ ที่ระบุในตำรายาไทย ใช้บำรุงหัวใจ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ทำจิตใจให้ชุ่มชื่น บำรุงครรภ์ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้เจ็บตา เนื่องจากมีรสฝาดสมาน จึงช่วยสมานท้อง แก้บิด แก้ปวดท้อง แก้แผลเรื้อรัง ผิวหนังเป็นผื่นคัน น้ำแช่ดอกสดบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น นำดอกสดตำใส่พิมเสน สุมหัวเด็กแก้ซาง แก้ตัวร้อน แก้หวัด ในตำรายาไทย มีการนำดอกมะลิ ผสมเข้าในตำรับยาหอม ที่มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ทำจิตใจให้ชุ่มชื่น แก้ลมวิงเวียน ตัวอย่างเช่น ยาหอมเทพจิตร ยาหอมนวโกฐ ยาหอมทิพโอสถ และยาหอมอินทจักร์ ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นดอกมะลิ
สารสำคัญ : สารที่เป็นองค์ประกอบในน้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิลา
ได้แก่ benzyl alcohol, benzyl acetate,
jasmine lactone, methyl jasmonte,
geraniol, jasmine, jasmone, methyl
benzoate, caryophyllene, cadinene,
hexenyl benzoate เป็นต้น
แต่ถ้านำดอกมะลิแห้งมาสกัดด้วยเมทานอล
จะพบองค์ประกอบเป็นสารกลุ่ม irridoid
glycoside ชนิด dimeric irridoid
glycoside เช่น molihuaside A, C, D, E
ชนิด trimeric irridoid glycoside เช่น
molihuaside B, sambacoside A
สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบ ได้แก่ rutin,
kaempferol, quercetin
นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่ม indole
อีกด้วย
ส่วนที่ใช้ : ดอก
ใบ และลำต้น