ที่มา : หมอชาวบ้าน

แฟ้มภาพ
น้ำผึ้ง คือ น้ำหวานที่ผึ้งเก็บมาจากต่อมน้ำหวานของดอกไม้ โดยผึ้งจะกลืนน้ำหวานลงสู่กระเพาะน้ำหวาน ซึ่งจะมีเอนไซม์ช่วยย่อยน้ำหวานแล้วนำมาเก็บไว้ในหลอดรวงผึ้ง จากนั้นน้ำผึ้งค่อยๆบ่มตัวเองโดยการระเหยน้ำออกไปจนน้ำผึ้งมีปริมาณน้ำตามที่เข้มข้นขึ้นจนได้ระดับที่เหมาะสมกับการเก็บรักษาผึ้งงานก็จะปิดฝาหลอดรวง เราเรียกน้ำผึ้งนี้ว่า "น้ำผึ้งสุก" เป็นน้ำผึ้งที่ได้มาตรฐาน
เปลี่ยนน้ำผึ้งเป็นอาหารและยา
1. รักษาแผลไฟไหม้
น้ำร้อนลวก
แผลและลดการอักเสบ
น้ำผึ้งถือว่าเป็นยารักษาแผลชั้นเลิศ
โดยสามารถใช้แก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ผลชะงัดนัก
โดยให้ใช้น้ำผึ้งทาบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก
ยิ่งทาบ่อยยิ่งดี
หรือถ้าเกิดถูกมีดบาดหรือมีบาดแผล
หลังจากล้างทำความสะอาดแผลให้สะอาดแล้ว
ให้น้ำผึ้งทาหรือจะใช้น้ำผึ้งผสมกับผงขมิ้นชัน
คลุกเคล้าให้เข้ากันดี
แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นแผล
จะช่วยลดการอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็ว
เพราะทั้งน้ำผึ้งและขมิ้นชันนั้น
มีสรรพคุณรักษาบาดแผล
สมานเนื้อเยื่อและบำรุงผิวอีกด้วย
2.
รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา
ใช้ผงขมิ้นผสมน้ำผึ้งทาบริเวณกลากเกลื้อน
วันละ 2 ครั้ง
3.
ต้านข้ออักเสบ
ผสมน้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์
2 ช้อนชาลงในน้ำร้อน เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
ชงดื่มวันละ 2 ครั้ง
4.
แก้อาการท้องผูกและแก้ท้องเสีย
น้ำผึ้งเป็นทั้งยาระบายและแก้ท้องเสีย
กล่าวคือถ้าเป็นน้ำผึ้งเก่าคือน้ำผึ้งที่มีอายุ
1 ปีขึ้นไปจะช่วยแก้ท้องเสีย
แต่ถ้าเป็นน้ำผึ้งใหม่ประเภทเพิ่งเก็บจากรังไม่นานจะมีสรรพคุณเป็นยาระบาย
โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ ก่อน 6 เดือน
ชาจะเป็นยาระบายในเด็กอ่อนที่ปลอดภัยยิ่ง
การใช้น้ำผึ้งแท้สักประมาณ 1 ช้อนชา
ผสมน้ำต้มสุกสัก 3
ช้อนหรืออาจกินร่วมกับผักผลไม้ เช่น
การกิน
กล้วยน้ำว้าสุกจิ้มน้ำผึ้งหรือมันต้มสุกจิ้มน้ำผึ้ง ช่วยลดอาการท้องผูกได้เช่นกัน
5.
แก้นอนไม่หลับ
น้ำผึ้งเป็นยาระงับประสาทอ่อนๆ
ชงน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นหรืออาจใส่ในชาดอกไม้
เช่น ชาดอกคาโมมายล์
ดื่มก่อนนอนจะช่วยให้หลับสบายขึ้น
6.
บำรุงเลือด
เทน้ำผึ้งครึ่งช้อนโต๊ะใส่แก้ว
บีบน้ำมะนาว 1 ซีก
ใส่เกลือนิดหน่อยเติมน้ำร้อน
ดื่มเป็นยาบำรุงเลือด
7.
บรรเทาอาการไอ
ถ้าเป็นหวัดก็ให้ใช้น้ำผึ้งผสมกับน้ำคั้นจากขิงแก่
บรรเทาอาการไอ
8.
เป็นอาหารสุขภาพสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
สำหรับผิวหน้าสดใส
น้ำผึ้งเป็นผลิตผลจากธรรมชาติที่ใช้ในการดูแลผิวพรรณคู่กับน้ำนมมาอย่างยาวนาน นับแต่สมัยพระนางคลีโอพัตราอันเลอโฉมแห่งอียิปต์ คือน้ำผึ้ง ในน้ำผึ้งมีสารเพิ่มความชุ่มชื้น มีฮอร์โมนมีสารที่มีฤทธิ์สารต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถผสมในสมุนไพรอื่นที่มีสรรพคุณในการบำรุงผิวเช่น นม กล้วย มะละกอ ขมิ้น บัวบก มะม่วง เป็นต้น โดยพอกหน้า ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวเสี้ยนหรือต้องการบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ มีวิธีง่ายๆ ดังนี้ หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและเช็ดให้แห้งแล้ว นำกล้วยหอมครึ่งลูกมาบดผสมกับน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อน แล้วนำมาทาบนหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก ให้ใช้น้ำผึ้งไม่ผานความร้อนจะมีเอนไซม์ ซึ่งทำให้หน้าคุณชุ่มชื่นและนุ่มนวลขึ้น
เพื่อผมเงางาม หลังสระผมเสร็จนำน้ำผึ้งไม่ผ่านความร้อนผสมกับน้ำมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ นำมาชโลมผมแล้วทิ้งไว้ซัก 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมคุณจะนิ่มและเงางามตามธรรมชาติปราศจากสารเคมีใดๆ