การศึกษาศักยภาพทางการเรียนรู้คาศัพท์และความสามารถทางภาษาจีนของนักศึกษา สาขาวิชาภาษาจีน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย 1.
เพ่ือศึกษาศักยภาพทางการเรียนรู้คาศัพท์ภาษาจีนของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน
2.
เพื่อศึกษาความสามารถทางภาษาจีนของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน
3.
เพ่ือศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณคาศัพท์และ
ความสามารถทางภาษาจีนของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีน
4.
เพื่อศึกษาปัญหาความสามารถในการเรียนรู้ภาษาจีนของนักศึกษา
ซึ่งงานวิจัยคร้ังนี้มีกลุ่มเป้าหมายคือ
กลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีช้ันปีที่
3และชั้นปีที่ 4
ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
รัตนโกสินทร์ โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง
จานวนทั้งสิ้น 65 คน
เครื่องมือในการศึกษาวิจัยแบ่งเป็น 2 ส่วน
ได้แก่ การศึกษาศักยภาพ
การเรียนรู้คาศัพท์โดยอ้างอิงจากรูปแบบการทดสอบของNation
และการทดสอบความสามารถทางภาษาจีน
โดยคัดเลือกจากข้อสอบวัด ระดับความสามารถ
(HSK) ในระดับ 4-5
ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลโดยการคานวณค่าคะแนน
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบย่ี
งเบนมาตรฐาน (S.D.)
และค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์เพียร์สัน
(Pearson ' s Correlation
Coefficient)
จากผลการวิจัยพบว่า 1. นักศึกษาระดับชั้นปีท่ี 3 และช้ันปีท่ี 4 มีศักยภาพการเรียนรู้ในปริมาณคาศัพท์โดยเฉลี่ย 1,542 คา และ1,864 คาตามลาดับ คิดเป็นเฉลี่ยโดยรวม 1,715 คา ทั้งน้ียังพบว่านักศึกษาระดับช้ันปีท่ี 3-4 ถือว่าเป็นระดับช้ันกลาง-สูง แต่ศักยภาพทางการเรียนรู้คาศัพท์ค่อนข้างต่า 2. ด้านความสามารถทางภาษาจีนโดยรวมนั้น ความสามารถทางการเขียนสูงกว่าทักษะ ด้านอื่น ซึ่งคะแนนความสามารถที่น้อยสุด คือ ด้านการอ่าน 3. จากการหาค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ระหว่างปริมาณคาศัพท์และ ความสามารถทางภาษาจีนของนักศึกษา พบว่าระหว่างระดับความสามารถทางการอ่าน การฟัง การเขียนและปริมาณคาศัพท์นั้นมี ความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดบั 0.01 และ 4. ผู้วิจัยได้ศึกษาและทาการวิเคราะห์ปัญหาของความสามารถ ในการเรียนรู้คาศัพท์ของนักศึกษา พบว่า ปัญหาด้านการเรียนรู้คาศัพท์ มีความเกี่ยวข้องกับด้านโครงสร้างหลักสูตรภาษาจีนของไทย รูปแบบวิธีการสอนของผู้สอน และตาราเรียนภาษาจีน สาหรับปัญหาด้านทักษะความสามารถทางภาษาจีนมีความสัมพันธ์กับศักยภาพ ทางการเรียนรู้คาศัพท์ ท้ังนี้ผลการวิจัยดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สอนหรือผู้ที่ทางานด้านการเรียนการสอนในการใช้อ้างอิงและ พัฒนาการเรียนการสอนต่อไป
Credit : พิมพร วัฒนากมลกุล
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ssajournal/article/view/256624